ทำอย่างไรให้ไม่ถูกทอดทิ้งยามแก่เฒ่า?

จากข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ และตามรายการข่าวค่ำ ที่แสดงถึง ผู้สูงอายุ ที่ถูกลูกหลานทอดทิ้ง และถ้าปู่ ย่า ตา ยาย หรือพ่อแม่เราดูด้วย ก็จะพูดกรอกหู ให้เรารู้สึกหดหู่ และบอกกับตัวเองว่า เราจะไม่ทำให้คนที่เรารักเป็นอย่างนั้นเด็ดขาด และพอกลับมามองที่ตัวเอง “อ้าว แล้วตัวเราหล่ะ เราจะแน่ใจได้ยังไงว่าลูกหลานเราจะไม่ทอดทิ้งเรา? มีวิธีป้องกันปัญหาครอบครัวแบบนี้มั้ย?” ลองมาดูวิธีพื้นฐานเพื่อป้องกันปัญหาเหล่านี้กัน

1. สร้างทีมเวิร์คภายในครอบครัว

จากการสังเกต จะเห็นว่าทุกครอบครัวจะเกิดปัญหาใหญ่ให้ต้องฟันฝ่าไปด้วยกัน 2 ปัญหา เป็นอย่างน้อย บางคู่เกิดขึ้นตอน การปรับตัวสำหรับการมีลูกคนแรก หรือแม้แต่ตอนคิดว่าอีกฝ่ายนอกใจก็ตาม แต่ทุกสิ่งทุกอย่างต้องยอมรับว่ามันเกิดขึ้นได้ แต่สิ่งที่สำคัญคือจะทำอย่างไรให้ผ่านมันไปได้ต่างหาก ที่ยากกว่า

1.1 ทุกคนในครอบครัวต้องเข้าใจหน้าที่ของตัวเอง ว่าตัวเองมีหน้าที่หลักอะไร หน้าที่รองอะไร ซึ่งต้องวางแผนให้ครอบครัวสามารถก้าวหน้าต่อไปได้ แม้ขาดคนใดคนหนึ่งเช่น

- พ่อทำงานบรืษัทที่มีรายได้คงที่ และแม่ทำสวน เป็นงานหลัก ก็ควรสลับลักษณะงานกัน เป็นงานรอง ช่วงเสาร์อาทิตย์ เช่น พ่อมาทำสวน และแม่ก็ออกไปทำงานเสริม หรืองานที่มีรายได้คงที่ ที่สามารถทำที่บ้านได้ เช่นเย็บผ้าโหล เป็นต้น

- และทุกๆงานที่พ่อแม่ทำเพื่อครอบครัว ต้องให้ลูกๆ ควรมีส่วนร่วมด้วยเสมอ

1.2 Problem shared, Problem halved (เมื่อมีการเล่าปัญหาหนักอกให้ฟังซึ่งกันและกันแล้ว ปัญหานั้นจะน้อยลงไปครึ่งหนึ่งทันที)

นี่คงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ธรรมชาติสร้างชีวิตคู่มาให้มนุษย์ เพราะการแบกปัญหาไว้คนเดียวย่อมหนักกว่าสองคนแบก ปัญหาของมนุษย์มีทุกเมื่อเชื่อวัน ตั้งแต่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ไปจนถึงเรื่องใหญ่ๆ หากใครมีคู่ครองที่สามารถพูดกันได้อย่างเปิดหัวใจกันแล้ว ต้องนับว่าเป็นความสวยสดงดงามอย่างหนึ่งของชีวิต และเป็นเรื่องที่โชคดีมากของคนๆ นั้น  เพราะเพียงการได้คุยถึงปัญหาของเราอย่างเปิดอกเท่านั้น  ความเจ็บปวด ความหนักที่เหมือนแบกภูเขาในอกก็จะค่อยๆ คลายไปเอง เป็นการแก้ปัญหาชีวิตทางหนึ่งที่ง่ายดายมากหากมีคู่ครองที่พึ่งพาหูของกันและกันได้ นี่เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ชีวิตคู่ไปได้ตลอดรอดฝั่ง

1.3 จัดการกับต้นเหตุของปัญหาใหญ่ แม้เริ่มจากเรื่องเล็กน้อย

1.4 หาเหตุผลและประโยชน์จากการทะเลาะ กันแต่ละครั้ง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาครั้งต่อไป

1.5 มีพื้นที่ และเวลาสำหรับครอบครัว และจงจำไว้ว่า ขนาดของพื้นที่ไม่สำคัญเท่าขนาดของความสุข

2. ตัวอย่างที่ดี

เคยได้ยินกันมั้ยว่า ถ้าเราเป็นอย่างไร ลูกและหลานของเราจะเป็นมากกว่าเราหลายเท่า ฉันยืนยันว่าจริงแท้แน่นอน จากประสบการณ์ของคนรอบข้าง หลายคนที่ทำไม่ดีกับพ่อแม่ ให้ลูกเห็น ลูกก็จะทำอย่างนั้นและจะทำยิ่งกว่าเมื่อตอนเราแก่ตัวไป หลายคนที่ทำดีกับพ่อแม่ ดูแลเอาใจใส่ และถ้าให้ลูกหลานมีส่วนร่วมในการดูแลพ่อแม่ของพวกเขาด้วย จะทำให้ลูกหลานได้เข้าใจถึงความยากลำบากแและได้สัมผัสกับความรับผิดชอบของคนรุ่นหลังที่ควรมีกับคนรุ่นก่อนหน้า

3. ปลูกฝังความรับผิดชอบให้กับลูกของเรา (You made your bed, you lay on it)

เริ่มจากการเก็บเงินเพื่อซื้อสิ่งของที่อยากได้ด้วยตัวเอง และเมื่อเรียนจบจะแต่งงานหรือมีครอบครัว ก็ควรเก็บหอมรอบริบด้วยตัวเอง พ่อแม่จะมีหน้าที่ให้คำปรึกษาเมื่อลูกต้องการเท่านั้น และควรเชื่อใจให้เขาได้ทำในสิ่งที่ต้องการแต่เมื่อเขามีการปรึกษาก็ควรบอกทั้งข้อดีและข้อเสียเพื่อให้เขาเปรียบเทียบเอาเองด้วย

แม้เราจะเลี้ยงลูกของเราอย่างสมบูรณ์ที่สุดแล้ว เราจะรู้ได้อย่างไรว่าลูกเราจะเลือกทางเดินที่ถูกหรือผิด? และถ้าคู่ครองของลูกเราเป็นคนไม่ดีหล่ะ? ทำอย่างไรเพราะพวกเราไม่ได้อยู่ค้ำฟ้า?

4. วางแผนสร้างความมั่นคงให้ตัวเอง

- ควรหาอาชีพที่มีรายได้ตลอดแม้ไม่ลงแรงทำงาน เช่น ปล่อยพื้นที่ หรือสิ่งของให้เช่า เป็นต้น

- ควรทำประกันสุขภาพไว้ยามแก่เฒ่า

- ปรับนิสัยให้ทันโลกตลอดเวลา ทำให้เป็นนิสัย แม้เราจะแก่อย่างน้อยนิสัย ก็ไม่เปลี่ยนมากนัก

- ทำให้กำลังกายและกำลังใจ แข็งแรงอยู่เสมอ

- ศึกษาธรรมมะ

 

จบ..

By Tamakorm.